GAME F-L-A-M-E CLUB
เสียงวุ่นวายโหวกเหวกดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถงของโรงแรม F-L-A-M-E
สถานที่สีส้มแห่งนี้ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่สำหรับเลี้ยงเด็กเพี้ยนๆยังไงชอบกล
ความวุ่นวายที่ปกติก็วุ่นวายพอตัว วันนี้กลับวุ่นวายมากขึ้นไปใหญ่
เมื่อวันนี้ สมาชิกนับร้อยของทั้งโรงแรมต่างมายืนชุมนุมกันอยู่ที่นี่พร้อมใจกับรับฟัง
คำประกาศของงานอะไรซักอย่างที่ทางพวกนัทจังเป็นคนจัดให้..
เวทีกลางล็อบบี้ดูใหญ่โตผิดขนาด เมื่อป้ายประกาศมันเขียนเอาไว้ตัวเบ้งๆว่า
GAME F-L-A-M-E CLUB
เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นเรื่อยๆราวมีมหรสพ เมื่อนัทจังวันนี้ใส่กระโปรงขนเม่นตัวเดิม
ที่ใช้เมื่อสองปีที่แล้วเดินก้าวขึ้นมาบนเวทีอย่างมาดมั่น
ตามติดด้วยมิจังที่วันนี้ใส่กระโปรงสีขาวยาวสยายพริ้งแถมใส่ส้นสูงสีส้มเดินตามขึ้นมาด้วย
สี่หนุ่มเฟลมเดินขึ้นเวทีตามมา..แต่แปลก..ไม่มีเสียงกรี๊ดกระหึ่มเหมือนอย่างเคย...
เมื่อทุกคนในโรงแรมต่างหันไปให้ความสนใจกับสองสาวที่เดินขึ้นมาสองคนแรกมากกว่า
ก้อก ก้อก ก้อก กึก!
--------แคว่ก~!-----------
เสียงรองเท้าส้นสูงที่เหล่าสมาชิกในโรงแรมต่างเงียบฟัง
เมื่อมิจังเดินสะดุดแล้วแถเข้าไปหานัท
กระโปรงผ้าอ่อนสีขาวก็พลันเจอขนเม่นแทงทะลุซะแล้ว..
เงียบ......กันทั้งโรงแรม-- --
“อ่ะ..อึก...กระโปรง..ตัวใหม่....”
'หวาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!'
เคียวเฮกระโจนเข้าดึงตัวมิโนะมาข้างหลัง..หยุดนะ! อย่าร้อง!
ดูท่าหมีเคียวจะเป็นคนแรกที่รู้ว่ามหาความพินาศจะจุติลงที่นี่
'ค่อยยังชั่ว...'
นัทจัง+สี่เฟลมที่เหลือล้วนปาดเหงื่อกันเป็นแถบๆ ไม่นับคนหลายคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง
ที่กะชิ่งเผ่นหนีเอาตัวรอดกันแล้ว
นัทจังหันมายิ้มแหยๆให้กับสมาชิกข้างล่าง..เกือบได้ปิดงานตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้วมั้ย..
เธอกล่าวสุนทรพจน์พร้อมยื่นไมค์ให้ยูสุเกะที่ยืนยิ้มเท่ห์อยู่ข้างหลัง
ยูสุเกะยิ้มรับก่อนจะมองหน้าทุกคนในโรงแรม...
ร่างสูงยืนเก๊กทำมุมองศาละติจูดที่หล่อที่สุด ผายมือไปข้างหน้า
ก่อนจะประกาศอะไรบางอย่างเสียงดังกระหึ่ม~!!
คำประกาศ...ที่ทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับอึ้งตาโตเป็นไข่ห่าน!
“คนที่นำการ์ดทองกลับมาให้พวกเรา คนนั้นจะสามารถสั่งให้เฟลมทำอะไรก็ได้”
เกมส์ เฟลมคลับ...จะเริ่มขึ้นแล้ว....
“o.O!!”
“ได้..ได้ทุกอย่างเหรอ!!!” เสียงจากสาวๆที่ยืนอยู่ข้างล่างตะโกนขึ้นมา
“ใช่จ้ะ^^”
“ได้ทุกอย่าง..อย่างเดทน่ะเหรอ!!” อีกเสียงตะโกนบ้าง
“เดท...ได้สิ..”
คำตอบจากยูสุเกะที่อีก4คนที่เหลือยืนยิ้มรับ ยังไงๆทุกคนก็เป็นเด็กผู้หญิงนี่เนอะ
คำขอก็น่ารักอย่างนี้นี่แหล่ะ..^^
ใช่....
ความคิดเด็กสาวแสนอินโนเซ็นส์ แต่อย่าคิดว่าสมาชิกที่นี่เป็นอย่างนั้น
“งั้นเป็นแฟน!!” อีกเสียงเริ่มดังแทรกขึ้นมา
“(^^")”
“จูบ!!!” อีกเสียง..
“(^^"")”
“แต่งงาน!!!"
“(-- --")”
“H...”
“เฮ้ยยยย!!!!!”
5หนุ่มสะดุ้งพร้อมกับที่
นัทสึ+มิโนะตกใจกระโดดเข้าไปเซ็นเซอร์แทบไม่ทัน
หัวใจชีๆจะวายตั้งแต่จูบแล้ว!!
นี่ใครมันตะโกนมาว่าแต่งงานแถม H ด้วยฟะ!!!
'ยูสุเกะ/เซโงะ+เคียวของชั้น!!'
'แหะๆๆๆ '
สาวๆที่เหลือเกาแก้มหงึกๆถอยหลบรังสีอาฆาตจากการ์ดประจำหนุ่มๆ
ต่างคนต่างส่ายหน้าประมาณว่าหนูไม่ได้พูดน้า...
สาวๆหลีกทางหลบแยกไปซ้ายขวา เหลือแต่ไอ้คนกลางที่ยังคงยืนเด่นหรา
ยิ้มกว้างลัลล้าอย่างไม่รู้ชะตากรรม
ก็ไอ้คนพูดลอยๆว่าHไม่ใช่ใครที่ไหน
ไอ้คุณเจ้าของห้อง303นั่นไง ปากวอนโดนสหบาทาแล้วมั้ยนั่น
“ฮ่ะๆๆๆๆ” /me ตัวลีบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ยูสุเกะกลืนน้ำลายเอื๊อก..
นี่ถ้าไม่ได้นัทจังช่วยไว้มีหวังเราเสร็จ!
หันหน้าไปมองผองเพื่อนที่เหลือที่ต่างคนก็พากันหน้าซีด ลูบหน้าอกตัวเองกันยกใหญ่
'ตายๆๆๆๆ อันตรายชะมัด!!!'
ดูท่าจะเริ่มเป็นห่วงสวัสดิภาพตัวเองขึ้นมาอีกมากโข-- --
“ตกลงตามนี้ 4เฟลม+เคียวจัง จะยอมทำทุกอย่าง ยกเว้น เรื่องอันตรายทางกายและหัวใจ
ทุกคนเข้าใจตามนี้...โอเค๊ะ~!?”
นัทสึ การ์ดนัมเบอร์วันประจำยูสุเกะเหล่ตามองสมาชิกทุกคน
น้ำเสียงฟังดูเหมือนถาม แต่จริงๆกำลังขู่อยู่นะนั่น!
อีกทั้ง...สายตาของมิจังที่ยืนกอดอกพลางขยับแว่นเป็นประกายแว้บๆ
ก็ทำเอาอีกหลายคนที่เผลอไปมองขนลุกซู่~
สายตาดูเหมือนมองผ่าน แต่จริงๆกำลังจ้องพยาบาทอยู่ตะหาก
'.....หน่ะ...น่ากลัวชะมัด...'
“โอะ...โอเค....”
เสียงประสานจากสาวๆร้อยกว่าคนที่เหลือฟังดูหดหู่...
โห่~แบบนี้ก็ไม่สนุกอ่ะดิ
“เอาน่า ยังมีอีกหลายอย่างที่5หนุ่มสามารถทำได้ มิคุยกับนัทจังแล้ว
ตกลงตามนี้ว่าจะอนุญาตในเรื่องที่อยู่ในขอบเขตได้ อย่างเดทก็ยังได้อยู่นะ
หรือจะสารพัดประโยชน์อย่าง ทำความสะอาด พาไปช้อปปิ้ง ใช้แรงงาน ก็ยังได้
และที่สำคัญ เรื่องเป็นแฟนเนี่ย..” มิโนะสูดหายใจเข้าไปเต็มปอด
ราวกับจะใช้ความพยายามในการพูดอย่างมากที่สุด
“อนุญาตให้หนุ่มๆยอมเป็นแฟนกับคนที่นำการ์ดทองกลับมาให้ได้”
เสียงฮือฮาฟังไม่ได้สรรพเริ่มดังขึ้น!
“แต่ว่า...แค่วันเดียวเท่านั้นนะ!!!!”
“โห่~~~~~~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงโห่ร้องราวโรงแรมย้ายเขตครอบF-L-A-M-E ZOOดังกระหึ่ม
ก่อนจะเกิดจราจลอีกรอบ
“วันเดียวก็เกินพอแล้วน่า!!”
เสียงตะโกนตอบกลับมาจากเจ้าเก่าเจ้าเดิมห้อง303
ทำเอาเหล่าสาวๆมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนพร้อมใจกันยกมือขวาขึ้นฟ้าอย่างพร้อมรบ
“วันเดียวก็ยังดี..จริงด้วย..อืมๆ ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็..โอเค๊~~!!!!!”
“เกมส์เริ่มตั้งแต่สามโมงเช้าสิ้นสุดถึงเที่ยงคืนวันนี้ การ์ดทองขนาดมินิ จะถูกซ่อน
อยู่ที่ใดที่หนึ่งของโรงแรม คนที่นำกลับมาได้จะได้สิทธิ์ตามที่บอกไปใน11บรรทัดที่แล้ว”
มิโนะเล่นง่าย ก่อนบรรยายต่อ...
“อีก5วินาที! ขอให้ทุกคนเข้าประจำที่!”
“4...3....2....1...สตาร์ทโตะ!!!”
เริ่มแล้วคับ การจราจลขนาดย่อมๆเริ่มแล้วคับ
ไม่เพียงแต่สมาชิกเท่านั้น สต๊าฟอย่างนัทจังและมิจังก็เอากะเค้าด้วย
5หนุ่มเริ่มเช็ดเหงื่อที่ไหลแหมะๆ
'เฮ้ย...ได้ข่าวว่าห้ามสต๊าฟเล่นไม่ใช่รึ...'
ฮิซาโตะไม่สนใจคว้าไมค์ขึ้นมาครอง เริ่มรู้สึกมันส์ขึ้นมาชอบกล
แถมแหกปากพากย์สวมวิญญาณโฆษกเรียบร้อย
“อิคุมิวิ่งตีคู่อิซายะขึ้นบันไดไปสองคนแรกเลยคับ!
ฝีเท้าดีมาก ท่าจะถูกฝึกมาดีนะคับเนี่ย”
บทพากย์ที่คนฟังบางคนถึงกับหลุดหัวเราะ
แต่ไอ่คนถูกพูดถึงถึงกับสะดุดเอาหัวแถกบันได
มันด่าหรือมันชมวะเนี่ยยยย
“ดูสิคับๆๆๆ โมจิวิ่งแซงอิคูณสองที่ล้มหัวทิ่มไปแล้วคับ ตามติดๆด้วยสาวๆอีกร้อยกว่าคนคับ
เหยียบสองอิแบนติดบันไดไปเลย ตายไปแล้วสองศพคับ หู้ววมันส์สุดยอดจริงๆ”
ยูหันไปคว้าไมค์จากมือฮิ 'เห้ย!!อย่ามาเรียกโมของตรูว่าโมจินะเว่ย ตรูเรียกได้คนเดียว'
แรกๆก็พากย์แค่โมของตัวเอง แต่หลังๆดูท่าจะเริ่มมันส์..มือไม้ก็ไปกับเค้าหมด..
“น้าน~~~~!!!!
นัทจัง+มิจังเล่นโกงคับ ลิฟต์ที่ตัวเองบอกสั่งปิดเฉพาะวันนี้กลับเปิดให้ใช้แค่สต๊าฟคับ!”
“โฮะๆๆๆๆๆๆ” มิโนะหัวเราะร่า ช่วยไม่ได้ ไม่งั้นเซโงะ+เคียวจังก็เสร็จน่ะสิ
เพราะงั้นชั้นจะต้องเป็นคนหาการ์ดทองเจอเป็นคนแรก!!แล้วต้องนำกลับมาให้หนุ่มๆเป็นคนแรกด้วย!
“อือ...ท่าทางจะมันส์สะเด็ดจริงๆแฮะ”
เสียงพูดลอยๆของเคียวเฮทำเอายูสุเกะพยักหน้าเห็นด้วยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
แกมนึกสยองขึ้นมาทันใด
'ให้ตาย...สาวๆที่นี่น่ากลัวจริงๆ--*--'
เช้า....เที่ยง.....บ่าย...เย็น......
เวลาผ่านไปไวแค่บรรทัดเดียว...จวบจนเข้าสู่เวลาห้าทุ่ม..
สมาชิกในโรงแรมที่ส่วนใหญ่เป็นสาวๆยังคงหาการ์ดทองกันอย่างขะมักเขม้น
นัทจังที่ตอนนี้ถอดใจแล้ว เพราะคิดว่าเดี๋ยวไว้แอบไปเดทกับยูสุเกะสองคนก็ได้
เริ่มปล่อยหน้าที่ให้มิโนะเป็นคนเล่น
อิคุมิกับอิซายะ ตอนนี้ก็ถอดใจแล้วเช่นกัน
ถึงได้มานั่งเชียร์สาวๆอยู่หน้าจอมอนิเตอร์วงจรปิดของโรงแรมเป็นเพื่อนหนุ่มๆเฟลม
+เคียวเฮอย่างเมามันส์
มิโนริตอนนี้ใกล้จะแย่แล้ว..ข้าวก็ไม่ได้กิน..พักก็ไม่ได้พัก
นัทจังนะนัทจัง รู้ทั้งรู้ว่าชั้นไม่มีวันทิ้งเกมส์นี้ไปได้ ก็ยังจะหนีชั้นไปซะงั้น
“แฮ่กๆ..แล้วไอ้บันไดนี่ทำไมมันสูงนักล่ะเนี่ยยยยย”
เดินเกาะราวบันไดไปก็บ่นไป..จะบ่นทำไม..ตัวเองสั่งทำเองไม่ใช่เรอะ
“หึๆๆๆ อีกชั่วโมงเดียว..แค่นี้ก็ถมถืดแล้ว
เพราะเมื่อกี๊เคียวจัง+เซจังแอบมาบอกไว้ว่าการ์ดทองอยู่ในที่สูงที่สุด
เพราะงั้นมันต้องอยู่บนหลังคาแน่ๆๆ”
เหล่าตัวดีที่นั่งเชียร์อยู่หน้าจอถึงได้ตาค้าง..
'เฮ้ย...ตัวอะไรไปปีนหลังคาอยู่บนนั้นวะน่ะ!!!'
“มะ..มิโนะ!!!!!!”
เท่านั้นเอง ยูสุเกะคว้าไมค์ที่ใช้ประชาสัมพันธ์ตามสายประกาศทันที
“ทุกคน! กรุณาไปรวมกันที่หน้าโรงแรม ด่วน! สถานการณ์ฉุกเฉิน!!"
~~~~~~~~~ฟิ้ววววววววว~~~~~~~~~~
“บนนี้ลมเย็นดี...แต่.....ทำไมถึงต้องมาดีตอนนี้ด้วยง่ะ แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
มิโนริที่ตอนนี้นอนกอดกระเบื้องชั้นดีบนหลังคาของโรงแรมแหกปากร้องลั่น
ลมพัดกรรโชกวูบๆ พาลจะพาร่างของตัวเองที่แต่เดิมก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรซักเท่าไหร่
ปลิวไปกับมัน
แล้วยังไง..แถมขึ้นมาแล้วลงไม่ได้ด้วย!!!
“ไม่น่าปีนขึ้นมาเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยย~~!!!!”
เหล่าสมาชิกพลพรรคของทั้งโรงแรมที่มารวมตัวกันครบแล้วพร้อมใจกันแหงนคอขึ้นมอง..
“ตายแล้วเมิงงงงงงง เจ๊มิโนะขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ยังไง!!!!”
'ไม่ได้....เราจะมาจบลงตรงนี้ไม่ได้...เกมส์ใกล้จะจบแล้ว...'(ขนาดนั้นยังจะห่วง..- -)
ขาที่แต่เดิมก็ย๊าวยาวพยายามตะเกียกตะกายปีนป่ายไปยังกระเบื้องตัวใกล้สุดเริ่มสั่นพั่บๆๆ
“หวะ~ หวายยยยย~~!!”
มือข้างขวาตะปบหมับเอากับกระเบื้องข้างบนเป็นที่ยึด..
ก่อนที่กระเบื้องที่เท้าจะรับน้ำหนักไม่ไหว หลุดร่วงลงไปพร้อมกระแสลม
“อ้ะ...”
ขาที่เคยยืนอยู่บนขอบหลังคาลื่นพรืดทันทีที่ร่างกายหลุดออกจากที่ยึดเหนื่ยวชั้นดี
ควับ! ควับ! ควับ ! (เสียงมิโนะแหวกว่ายกลางอากาศ..)
“หยะ...อย่าบอกนะว่า....”
แน่นอน...เมื่อไม่มีที่ให้ยืน..
จะเป็นยังไงน่ะเหรอ..
“...................”
ก็ตกน่ะสิ..
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!”
กระโปรงสีขาวที่ปกติใช้ใส่เดินเฉิดฉายอยู่ในโรงแรม ขณะนี้บานสะพรั่ง
กาง180องศา เปลี่ยนหน้าที่มาตีโป่งเป็นร่มชูชีพแทนซะงั้น
“ว้ายยยยยยย!!!!!!!>///<” ความอายพุ่งวูบขึ้นใบหน้า
เมื่อกระโปรงมันกางบานหน้าบานหลัง...
มิโนะเอามือจับกระโปรงให้ลู่แนบกับลำตัว
“ตายแล้วววว นี่ยังดีนะที่ใส่กางเกงขาสั้นไว้ข้างใน..^^”
“.....................”
~~~วิ้วววววววววว~~~~~ฟิ้วววววววววววววววววว~~(ตกลงมาเร็วกว่าเดิม..)
ดีซะที่ไหนกันล่ะ!!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!”
มิโนะแหกปากลั่น หลับตาปี๋ในขณะที่ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วลู่ลงมาจากฟ้า
“พระเจ้าค๊าาาา~~~~ลูกยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสาว เจ้าบ่าวก็ยังไม่มี
สตอเบอรี่ที่กินค้างไว้เมื่อวานก็ยังไม่หมด! โปเกมอนที่อัดเอาไว้เมื่อวานก็ยังไม่ได้ดู
ลูกยังไม่อยากต๊ายยยยย~~~~”
หลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทก บทสวดที่สวดไว้เริ่มสวดไม่ออกแล้ว
“มิโนะ!!”
เซโงะ+เคียวเฮที่ดูท่าจะเริ่มตั้งสติได้พร้อมใจกันวิ่งถลาเข้ามา
ยูที่ไร้บทมานานขว้างบอลลูนขนาดยักษ์ฉบับพกติดตัวออกไปรองพื้นไว้ข้างหน้า
เบาะบอลลูนขนาดมโหฬารสีส้มแปร๊ดที่ใช้ตอนไปซึนามิเมื่อปีที่แล้วพองตัวขึ้น
---------พรึ่บบบบบบบบบบบบ~~!!!!!-------------
“วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
เสียงตะโกนโหยหวนแสบแก้วหูยิ่งกว่านรก
เมื่อรับรู้ว่าร่างของตัวเองตกลงมากระแทกเบื้องล่างดัง ตุ้บ!
“โอ๊ยยยยยยยยยยยยย ตายยยยยยยยยยย
ตายแล้วววววววววววววววว ตายแล้วใช่มั้ยยยยยยยยย”
“เป็นอะไรมากมั้ย!!”
เสียงของชายหนุ่มทั้งสองที่ดังเสียจนคนมองรอบๆต้องเดินถอย
มิโนริค่อยๆลืมตาขึ้นมามองรอบด้าน..
'สวรรค์สินะที่นี่~~!! เทวดาห่านกะหมีมารับเราแล้วววววT^T'
“โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ~~~~~~~~~”
แหกปากร้องไห้อีกระลอก ก่อนที่เคียวเฮจะต้องจัดการเอาผ้าเช็ดหน้าอุดปากคุณเธอซะ
“อุ้ก~!!” O.O มิโนะสะดุ้ง ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆหลายๆรอบ
“ยังไม่ตาย!! ยังไม่ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~!!!!!!!”
เธอกระโจนโผเข้ากอดสองชายตรงหน้าเต็มสองแขน
สมาชิกโรงแรมที่เหลือค่อยๆถอนหายใจอย่างโล่งอก
เฮ้อ...นึกว่าจะได้ผีเจ้าที่มาเพิ่มในโรงแรมอีกตนแล้ว-- --"
สองหนุ่มถอนหายใจเฮือก เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ!!
“นี่มิยังไม่ตายใช่มั้ย!” เสียงใสแทนที่เสียงแว้ดๆ ดังทันทีที่ปล่อยอ้อมกอดออกจากสองหนุ่ม
ไม่ทันรู้ตัวว่าเลือดที่เกิดจากการที่เศษหินกระเด็นมาโดนใบหน้ามันค่อยๆไหลซิบๆ
เรียกให้คนมองถึงกับตาค้าง
“เฮ้ย!! เลือด!!”
เหมือนรู้ทัน นัทจังโยนกระเป๋าพยาบาลเข้าไปตรงกลางสองหนุ่ม
เซโงะคว้าหมับ!!!
ก่อนจะเริ่มต้นค่อยๆทายาที่แผลให้
“เจ็บๆ โอ๊ย~!” มิโนะหลับตาปี๋ แอลกอฮอล์มันแสบน้า~~
หมีเคียวที่ถูกโงะกันให้ออกไปยืนก็ยืนมองอีกสองคนอย่างเงียบๆ
ใจนึงก็เป็นห่วง ใจนึงก็อยากจะด่า
สุดท้ายถึงได้ตะโกนออกไปว่า
“เธอบ้าหรือเปล่าเนี่ย!! ปีนขึ้นไปบนหลังคาอย่างนั้นมันอันตรายรู้มั้ย
แล้วนี่ถ้าไม่มีบอลลูนมารับจะเป็นยังไง!”
“เง้ออออออออออออออออ ว่าเค้าบ้าเหรอออออออ” มิโนะอึ้ง!!
นี่ช้านไม่เคยถูกหมีเคียวว่ามาก่อนเลยนะ!
“หยุดน่า เคียวเฮ..ก็ดีแล้วที่ไม่มีอันตรายอะไรมากมาย นายอย่าว่ามิโนะแบบนั้นสิ”
น้ำคำเรียบๆจากปากของเซโงะทำเอาเคียวเฮหันไปมองควับ
ร่างสูงกำลังทายาแก้ฟกช้ำดำเขียวให้หญิงสาวที่กำลังอึ้งบ่อน้ำตาจะแตกกับคำว่าของเขาเมื่อกี๊
“นายน่ะ..เงียบไปเลย..แล้วก็เลิกทายานั่นให้มิได้แล้ว”
คำพูดเย็นชาจากเคียวเฮทำเอาคนนั่งตรงกลางเริ่มใจไม่ดี
'อยะ...อย่าบอกนะว่า...จะเกิดศึกชิงนาง!'
“อะไรนะ..” เซโงะที่กำลังใช้นิ้วถูที่แก้มของมิโนะตอบกลับ
“ชั้นบอกว่า เลิกทายาให้มิได้แล้ว”
บรรยากาศอึดอัดแผ่เป็นวงกว้าง แบบไม่ไหลย้อนกลับซะด้วยสิ
กดดันเสียจนมิโนะนั่งตัวแข็งทื่อ
“มีเหตุผลอะไรมาห้ามผม..”
'ไม่!! อย่าทะเลาะกันเลยนะๆๆๆ อย่าทะเลาะกันเพื่อแย่งมิเลย! มิเลือกไม่ได้!!><'
“ก็นั่นน่ะ....”
“........................”
“นั่นน่ะมันยาแก้ฮ่องกงฟุต ยาแก้ฟกช้ำน่ะมันขวดนี้” เคียวเฮยื่นอีกขวดไปให้
”!!!!!O.O!!!!!!!”
“อ้ะ..จริงด้วยสินะ แย่จัง..” เซโงะชะงักก่อนจะเปลี่ยนขวดใหม่
ส่วนเจ้าตัวคนป่วยน่ะเหรอ...จากที่ตัวแข็งทื่อ..ตอนนี้สิแข็งเสียยิ่งกว่าเป็นหิน!!!
'นี่เอายาแก้ฮ่องกงฟุตมาทาหน้าชั้นงั้นเหรอออออ เซจ๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง'
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“เป็นยังไงล่ะ คิดแผนการ์ดทองขึ้นมาเลยได้ดีเลยเห็นมั้ย”
ฮิซาโตะกอดอกยืนด่าหมีที่กำลังยืนนิ่งตั้งใจฟังอย่างเคารพ
“ชั้นบอกแล้ว ว่าจะจัดงานอะไรก็ทำไปเลย พูดตรงๆไม่เห็นต้องอ้อมค้อม”
ยูสุเกะที่ยืนอยู่ข้างๆว่าบ้าง
“ก็..ก็ถ้าพิเศษกับมิคนเดียว คนอื่นก็จะเสียใจน่ะสิ จัดเกมส์แบบนี้ขึ้นมาให้มิโนะชนะ
จะได้จัดงานให้มิได้”
เคียวเฮตอบหงิมๆ
ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคุณสองท่านที่ตอนนี้ยืนหน้าเป็นตูดบูดเป็นก้นลิงอยู่เบื้องหน้า
“กับอีแค่วันเกิดของท่านมิ ไม่เห็นต้องเรื่องมาก..”
อิคุมิ(มาเสือกอีกแล้ว)ที่นั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยเบาๆ
“แค่บอกมา ทุกคนในที่นี้ก็พร้อมที่จะช่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวพวกเราจะเสียใจ
ยังไงโอกาสอื่นก็ยังมี"
“ใช่..แถมท่านมิเค้าก็เป็นคนพิเศษอยู่แล้ว จะพิเศษกับเค้ายังไงก็ไม่ผิด”
อิซายะที่ตามมาอีกตัวพูดสบทบ
นัทจังที่นั่งอยู่ข้างๆถึงได้พูดบ้าง
“งานวันเกิดของคนในโรงแรมนี้น่ะ..จัดมันให้ทุกคนไปเลยดีมั้ย
เดี๋ยวจัดของมิโนะเป็นคนแรกเอาฤกษ์เลย เท่านี้ก็ไม่มีใครเสียเปรียบใครแล้ว”
“เป็นความเห็นที่สมเหตุสมผลมากเลยจ้ะ” ยูสุเกะยิ้มรับ
“เหอะ!!” ทุกคนในที่นั้นพูดพร้อมกัน-- -- หมั่นไส้ซะจริงๆ
....................................................
.......................................
......................
............
บรรยากาศของเวลากลางคืนทำให้มีแต่ความเงียบ..
สมาชิกทุกคนในโรงแรมคงเข้านอนกันหมดแล้ว..
เคียวเฮเดินออกไปจากห้องเฟลมก่อนจะตรงไปที่ห้องของสต๊าฟ
ห้องของมิโนะ...ที่ตอนนี้เซโงะกำลังทายาให้
บอกไว้ก่อนว่าถูกขวดแล้ว..
ประตูสีขาวเปิดกว้างก่อนที่เคียวเฮจะเดินเข้ามา
มิโนริที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆลุกขึ้นนั่ง พลันมองหน้าเคียวจังที่นั่งลงข้างๆ
เซโงะที่เดินถือแก้วน้ำออกมาจากในครัวหยุดเดินกึก
“มิโนะ..เป็นอะไรมากมั้ย..ชั้นขอโทษที่ไม่ได้ดูแลให้ดีกว่านี้ มิจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
น้ำคำอ่อนโยนจากเคียวเฮคนเดิมทำให้มิโนะยิ้มรับก่อนตอบกลับ
“เคียวจัง..ชั้นไม่เจ็บหรอกนะ แต่ทำไมเคียวจังถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ”
“อืม...” เคียวเฮกุมมือหญิงสาวแน่น..
“ชั้นรู้ว่าชั้นควรทำยังไง ควรแทรกตอนไหน..แต่นั่นกลับทำให้มิโนะบาดเจ็บ”
“ไม่เลยนะ ชั้นไม่ได้เจ็บอะไรมากมายตรงไหนซักหน่อย ก็แค่เคล็ดเท่านั้นเอง
เคียวจัง..ชั้น...ชั้น...”
ราวกับความคิดถูกหยุด
เมื่อบางสิ่งบางอย่างที่แฝงมาในคำของชายตรงหน้าเริ่มตรึงสู่สมอง
‘ควรแทรก..เหรอ..’
“เคียว..จัง...” มือบางบีบกลับมา ก่อนที่จะพยายามอธิบาย
“ไม่...ไม่ต้องพูดหรอก...ผมรู้...ถึงมิไม่บอกผมก็รู้
ผมไม่อยากให้มิรู้สึกผิด..และเพราะอย่างนั้น”
“เคียวจัง..”
“ไม่เป็นไร...ในช่วงที่ผมไม่อยู่..ในช่วงที่ผมไม่สามารถดูแลได้
ในระหว่างนั้นผมก็จะฝากมิโนะไว้กับเซโงะ”
“อย่าเหงา...ถ้าคิดถึงผม...ผมจะมาหา
แต่ถ้าไม่..จนกว่าจะถึงวันนั้น...ผมก็วางใจที่จะให้มิอยู่กับเซ”
“แต่บอกไว้ก่อน...ว่าผมยังไม่ได้ถอย”
ถ้อยคำฟังอ่อนโยน ทั้งสีหน้า นัยน์ตา...
ก่อนที่เคียวเฮจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ
“บอกไว้ก่อน..ว่าแค่ฝากไว้เฉยๆนะเฟ้ย”
คำพูดที่เซโงะถึงกับหัวเราะแล้วยิ้มให้กับความเป็นสุภาพบุรุษของคนตรงหน้า
ถึงบอกลา แต่ก็เป็นคำลาที่ไม่ตัดขาดซะทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อถนอมหัวใจของคนๆนี้
'ขอบคุณนะ เคียวเฮ...'
......................................................
.........................................
...............................
.................
สุดท้าย...คนที่ได้การ์ดทองไป..ไม่ใช่ใครอื่น..
พี่โมของเรานั่นเอง..
สถานที่ที่พบเจอที่ว่าสูงสุดน่ะเหรอ..
ก็แหล่งรวมคานทองของสาวๆที่นี่ที่ตั้งไว้กลางล็อบบี้ยังไงล่ะ
เอ๊ะ...อะไรนะ...แล้วพี่โมขออะไรน่ะเหรอ...
อืมม...อันนี้คงต้องไปถามยูคุงล่ะมั้ง^^
-THE END-
edit @ 26 Dec 2007 22:45:12 by ChiMi*MoRyo
เหอ ๆ ผ่านไปแล้วกับตอนแรก เราคิดว่ามันคงจะขำ รึเปล่า? -*-
อืม...อยากบอกว่าฟิคเรื่องนี้ตอนแรกกะว่าจะเขียนไปทาง ขำ ๆ เอามันส์
แต่เขียนไปเขียนกลายเป็นฟิค y ยูสุเคตะ ไปแล้ว
ทุกคนคงสงสัยว่าเคะบึ้กขนาดนั้นจะจิ้นไหวมั๊ยเนี่ย
แต่คนเขียนจิ้นได้งับ ลองอ่านดูแล้วจะรู้เอง อาจจะมีปากิหาริย์จากฟากฟ้าเกิดขึ้นก็ได้ใครจะรู้
คนแต่งคือพระเจ้า !! ข้อนี้ห้ามลืมเด็ดขาด !! อิอิ
เอาเป็นว่าโดยรวมของฟิคเรื่องนี้จะเป็นแนว love&comdy ละกัน
เอาล่ะ ๆ ไปเข้าเรื่องกันต่อเลยดีกว่า
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Project Big Lover
Chapter 2 # มุ่งสู่ BL
วันที่ 13 กุมภา วันก่อนวันวาเลนไทน์
ในวันนี้สมาชิกวง flame ทั้งสี่นายจะต้องเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการเข้าค่าย
เอ้ย ! การแข่งขันในรายการ Project Big Lover
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพวกปัจจัยสี่ทั้งหลายแหล่ ของอย่างอื่นนั้นไม่จำเป็นต้องเตรียมไป
เนื่องจากทางรายการได้เตรียมไว้ให้หมดแล้ว
และถึงแม้ยูสุเกะจะจัดเตรียมของเสร็จแล้วก็ตามที แต่เขาก็ยังต้องออกมาจากบ้าน
เพื่อซื้อของที่ไม่ใช่ของตัวเอง
+++++++++++++++++++++++++
ย้อนไปเมื่อตอนเช้า
ปิ๊งป่อง !! ท้องป่อง!!
เสียงกริ่งหน้าบ้านถูกกดอีกครั้งโดยผู้มาเยือนผู้แสนงดงามและกล้ามเป็นมัด...-*-
........เงียบ........
ปิ๊งป่อง !! ท้องป่อง !! เคตะยังคงใช้กล้ามกดต่อไป
" คร๊าบบ มาแล้วครับ "
แอ๊ด....ยูสุเกะเปิดประตูออกมาพบเคะที่เมื่อก่อนตัวน้อย ๆ ปัจจุบันล่ำบึ้ก
" อรุณสวัสดิ์ยูสุเกะ " เคตะใช้หน้าสวย ๆ ยิ้มให้อย่างเคย ยูสุเห็นดังนั้นจึง
ปัง! ประตูถูกปิดทันที ทำเอาคนข้างนอกโกรธจัดเหวี่ยงกล้ามไปมา
แถมยังทุบประตูอีก
ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ....
" เฮ้ ยูสุเกะ ออกมาก่อน " เคตะกำลังจะพังประตูเข้ามาแล้ว
แอ๊ดด...ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง เพราะเจ้าของบ้านกลัวประตูพัง
" มีอะไร " ยูสุถามแต่ก็ยังแอบอยู่ในบ้าน
" วันนี้นายว่างรึเปล่า" เคะถามหน้ายิ้มหวาน ถ้าแค่หน้าล่ะก็ได้
" ไม่ว่างๆ ๆ ๆ ๆ วันนี้ชั้นยุ่งม๊ากกกก มากกก " ยูสุพยายามปฏิเสธ
" เหรอ แต่ชั้นโทรมาถามฮิซาโตะแล้ว เขาบอกว่าวันนี้นายว่างสุด ๆ เลยนี่ "
เคตะยังคงปั้นหน้ายิ้มต่อไป
" ไม่จริ๊งงง ไม่จริง หมอนั่นจำผิดแล้วล่ะ " หนอยไอน้องบ้า อย่างนี้ต้องแก้แค้น
" เหรอ ไม่ว่างทำอะไรอยู่รึ ? "
" เอ่อ...ครือว่า "
" ว่างแหง มากับชั้นซะดี ๆ ...เด็ก ๆ "
แปะ ๆ เคตะปรบมือสองที แล้วชายในชุดสูทสีดำสองคนก็ออกมาจากรถลีโมคันงาม
ชายร่างยักษ์สองคนหิ้วปีกยูสุเกะคุงไปอย่างง่ายดาย
" เฮ้ย ทำอะไรน่ะ ปล่อยน้าาาาา " ช้าไปแล้วล่ะยูสุเอ๋ย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
" ยูสุเกะ ชุดนี้เหมาะกับชั้นมั๊ย " เสียงใสทำให้ยูสุตื่นจากภวังค์
เคตะหยิบชุดกระโปรงลูกไม้สีชมพูหวานแหววขึ้นมาทาบกับตัวและยิ้มหวาน
" อืมเหมาะสิ " ถ้าแค่หน้าล่ะก็นะ ยูสุคิดแค่ไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ
" จริงเหรอ แต่ชั้นคงใส่ไม่ได้หรอก " มันแหงอยู่แล้วติดกล้ามล่ะสิ
" ทำไมล่ะ ? " ยูสุแกล้งถาม
" ก็แหม ชั้นเป็นผู้ชายนี่ ถึงแม้จะงดงามยิ่งดอกไม้แรกแย้มก็เถอะ "
เหอ ๆ นายคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ
" เหรอ ว่าแต่เราจะไปกันได้รึยัง เราวนอยู่ตรงนี้มาสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ "
ยูสุถามพลางยกนาฬิกาขึ้นดู
" แต่ชั้นยังเลือกไม่ได้เลยนี่ " เคตะหน้างอน แกว่งกล้ามอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
บรื๋อออ~~~
" งั้นก็เร็ว ๆ หน่อยละกัน ชั้นไปรอที่แผนกกีฬานะ " ว่าแล้วยูสุเกะก็รีบชิ่งไปทันที
" เฮ้อออ...ไม่น่าเล้ย ทั้งที่เมื่อก่อนก็เป็นเคะน้อย ๆ น่าเอ็นดูแท้ ๆ
ไม่รู้คิดยังไงไปเล่นกล้ามซะงั้น "
ยูสุเกะเดินไปถอนสายบัว เอ้ย! ถอนหายใจไปพลางนึกถึงอดีตเก่า ๆ แสนหวาน
เขาเดินมาถึงแผนกเครื่องกีฬา ไม่รู้ทำไมเห็นดัมเบลแล้วนึกถึงเคตะทุกที
เขาจึงพยายามที่จะเดินออกห่างจากชั้นดัมเบล
และแล้วสายตาของเขาก็ไปสังเกตเห็นกระปุกครีมสีเขียวเข้มกระปุกหนึ่ง
มันเขียนว่า " ครีมลดกล้ามมหัศจรรย์ "
" โอ้ว. พระเจ้า..ในที่สุดสวรรค์ก็ทรงโปรด " ยูสุเกะกำหมัดแน่นน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ
ไม่เสียทีที่อ้อนวอนต่อพระเจ้าทุกวัน.....เย้...คัมไป!!
เขาเอื้อมมือไปหยิบกระปุกครีมลดกล้ามมาอ่านสรรพคุณด้านหลัง
" ครีมลดกล้ามมหัศจรรย์
มีสรรพคุณในการลดกล้ามที่ใหญ่เกินขนาดหรือทำให้กล้ามที่ไม่ต้องการหายไปได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 7
วินาที "
" โอ้ววว สุดยอดดด มหัศจรรย์สมชื่อจริง ๆ " อุทานเสร็จก็อ่านต่อ
" ครีมลดกล้ามมหัศจรรย์
ได้รับการรับรองสถาบันการแพทย์ทั่วโลกแล้วว่าปลอดภัยสามารถใช้กับเด็กและสตรีมีครรภ์ได้โดยที่ไม่แพ้
"
อ่านถึงตรงนี้ยูสุเกะเริ่มงงแต่ก็อ่านต่อ
" และยังได้รับการรับรองจาก ISO 9001 / 9002 แล้วด้วยว่าไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม "
อ่านถึงตรงนี้เพอร์เฟค ต้องซื้อ ยูสุเกะใช้แขนยาว ๆ กวาดกระปุกครีมบนชั้นทั้งหมด
ด้วยความรวดเร็วและหอบไปที่เคาทเตอร์ใช้การ์ดรูดปื๊ด ..รูดปื๊ด.. เสร็จตู!!
ที่เอามาเยอะไม่ใช่งกอะไรหรอก แต่กลัวไม่พอก็กล้ามเคะลูกเล็กซะเมื่อไหร่
แล้วถ้าเกิดเหลือก็ยังเก็บไว้ใช้ได้อีก เผื่อเจ้าตัวเกิดอยากไปฟิตกล้ามอีกรอบ
ยูสุเกะยิ้มอย่างมีเลศนัยในขณะที่หอบถุงกระปุกครีมเดินไปมา
" ยูสุเกะ อยู่นี่เองให้เดินหาซะตั้งนาน " เสียงใสเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล
ทำให้ยูสุเกะต้องรีบซ่อนถุงกระปุกครีมลดกล้ามโดยด่วน
" ซ่อนอะไรงั้นเหรอ ยูสุเกะ หึหึ น่าสงสัย " เคะมองด้วยสายตามาดร้าย
" เปล่าจ้า " ยูสุเกะตอบพลางยิ้มแห้ง ๆ " ก็แค่ครีมลดริ้วรอยนิดหน่อย "
ดันตอบส่งเดชไปอีกใครจะเชื่อ ครีมลดริ้วรอยที่ไหนเค้าขายกันที่แผนกกีฬา
" ออ เหรอ ว่าแต่ซื้อเยอะจังนะ ซื้อไปให้ใครล่ะ อย่าบอกว่าใช้เองนะ
เยอะขนาดนี้ชาตินึงก็ใช้ไม่หมดหรอก "
สำหรับนายนะหมดแน่ แค่กล้ามลูกเดียวก็น่าจะใช้สักสองกระปุกแล้ว
" ซื้อไปฝากญาติน่ะ พอดีเส้นทางที่จะไปบ้าน BL ผ่านบ้านญาติพอดี "
" เหรอ ช่างเถอะ ๆ เราไปกินข้าวกันดีกว่า " รอดแล้วเว้ยยูสุเอ๋ย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เวลาผ่านไปยามเย็นก็มาถึง ก้า...ก้า...ก้า ...(เสียงการ้อง)
เอี๊ยดดด..!! เสียงล้อรถบดกับถนนดังขึ้นที่หน้าบ้านของเหล่าสมาชิกลง flame
บ่งบอกให้รู้ว่าผู้ที่จากไปได้กลับมาแล้ว
ยูสุเกะก้าวลงจากรถพร้อมด้วยถุงกระปุกครีมอย่างยากลำบากเพราะถุงมีขนาดใหญ่มาก
เยอะขนาดนั้นเลยเรอะ ยูสุเกะ...
" พรุ่งนี้เจอกัน " เคตะพูดพลางมองตามออกมาจากภายในรถ
" อืม...พรุ่งนี้ " ยุสุเกะตอบ ใช่แล้ว....พรุ่งนี้สวรรค์ของเราก็จะกลับมา
ด้วยครีมลดกล้ามพวกนี้แหล่ะ คอยดูนะตอนนายหลับชั้นจะแอบเอาไปราดบนกล้ามบิ้ก ๆ ของนาย
ลีโมคันงามแล่นจากไปแล้ว ทิ้งให้ยูสุเกะจมดิ่งอยู่ในความฝันเพียงลำพังพร้อมด้วยถุงกระปุกครีม
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แกร๊ก!! ยูสุไขประตูเข้าบ้าน แต่เมื่อเปิดมาก็พบกับหน้ากวน ๆ ของน้องชาย
" เดทเป็นไงบ้าง " ฮิโตะถามหน้ายิ้มทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
........กำปั้นนั่นเอง..........เปรี้ยง!!
" เฮ้ย อะไรวะ ชั้นอุตส่าห์ทุ่มเทกายและใจช่วยพวกนายสองคน ไหงชกมาดื้อ ๆ งี้ละ
เดี๋ยวสวยนะเว้ย " ฮิซาโตะเริ่มฮีทซะแล้วหลังจากที่กระเด็นไปไกล
" ขอบใจว่ะ " ยูสุเกะพูดขณะที่กำหมัดอยู่ ว่าแล้วก็หอบถุงกระปุกครีมขึ้นไป
ทิ้งให้ฮิซาโตะนั่งอึ้งอยู่คนเดียว แล้วเขาก็ยกมือขึ้นจับแก้มที่เริ่มปวดแปลบขึ้นมา
" มันขอบใจกันแบบนี้เนี่ยนะ "
ยุสุเกะที่เดินขึ้นมาถึงห้อง พอเข้าห้องมาได้ก็ล๊อกกุญแจห้องทันทีและเขาก็เริ่มรื้อของ
ที่จัดไว้แล้วเอาออกมาจัดใหม่หมด เพื่อที่จะได้ยัดกระปุกครีมลดกล้ามของเคตะใส่เข้าไปด้วย
และแล้วคืนนั้นก็ผ่านไปอย่างสงบสุข เหล่าสมาชิกผู้เข้าแข่งขันทั้งหลาย
ต่างนอนฝันถึงวันรุ่งขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ แม้เป้าหมายของพวกเขาจะแตกต่างกัน
แต่พวกเขาก็ไปรวมตัวกันที่สถานที่เดียวนั่นคือบ้าน Big Lover นั่นเอง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เช้ามืดวันที่ 14 กุมภา วันวาเลนไทน์
วันนี้สมาชิกวง flame ทั้ง 4 คนตื่นเช้ามาทำธุระเร็วเป็นพิเศษ ถึงแม้ปกติพวกเขาจะดูลอยชาย
และลอยไปลอยมา แต่ถ้าเป็นเรื่องงานล่ะก็ พวกเขาจะจริงจังเสมอ....แต่
ยกเว้นกับโปรเจคมัดมือชกอันนี้....-*-
" ฮ้าววว....ต้องไปจริง ๆ เหรอ " ฮิซาโตะหาวน้ำตาเล็ด
แถมปากกว้างซะจนเซโงะต้องเอามือไปปิดปากให้
" ก็ต้องไปน่ะสิ หรือว่านายจะยอมให้แฟน ๆ ผิดหวัง ทั้งที่เชื่อใจพวกเรา "
ยูสุเกะท้วงอย่างเอาจริงเอาจัง อยากไป ? หรือว่าเพราะมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงกันแน่
" โธ่ นายก็พูดมาได้ ถ้าเพื่อแฟน ๆ ชั้นยอมทุ่มสุดตัวอยู่แล้น "
ฮิซาโตะตอบพลางเชิดใส่พี่ชาย
" เฮ้ ๆ ผู้จัดการโทรมาบอกว่า มาจะถึงหน้าบ้านแล้วแล้วลงไปรอได้เลย "
ยูตะโกนมาจากห้องนั่งเล่น
พวกเขาจึงเริ่มขนของออกมาวางที่หน้าบ้าน แต่ไม่นานรถตู้สีเทาก็แล่นเข้ามาจอดอย่างช้า ๆ
เมื่อรถตู้จอดสนิท ผู้จัดการก็ลงมาจากรถและเดินอ้อมไปเปิดท้ายรถให้
ส่วนเคียวเฮที่นั่งอยู่ข้างคนขับก็เปิดกระจกลงและโบกมือออกมาจากข้างใน
เมื่อขนของขึ้นรถและทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ล๊อกบ้านเสร็จ
รถได้ถูกสต๊าทขึ้นอีกครั้ง เสียงล้อค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกห่างจากตัวบ้าน
และแล้วก็เริ่มออกเดินทางสู่ Project Big Lover
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หลังจากที่นั่งเมื่อยตุ้มอยู่ในรถกันเสียนาน รถตู้คันงามก็เริ่มเข้าสู่เขตบ้าน Big Lover
บ้านสีขาวหลังน้อยตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติมีทั้งสวน และสระน้ำในสระมีเป็ดด้วย ก้าบ ๆ ๆ
และที่บริเวณหน้าบ้านนั้นเองกองถ่ายของ PBL ก็กำลังทำงานตัวเป็นเกลียวกันอยู่
ผู้จัดการขับวนเข้าไปเพื่อหาที่จอดรถ และได้ไปจอดข้าง ๆ รถตู้สีขาวอีก 2 คัน
เมื่อพวกเขาลงมาจากรถ ก็พบ สมาชิกผู้เข้าแข่งขันในบ้าน Big Lover ทั้งหมด
W-inds Flame Loed & Kyohei ได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน ณ ที่นี้แล้ว
" โอ้ว สวัสดีครับ พี่เคตะ กล้ามบิ้กเหมือนเดิมนะครับ " เคตะน้อยกล่าวทักทายพลางโบกมือ
" โอ้...สวัสดี ๆ แหม ของงี้มันแหงอยู่แล้ว " เคตะตอบรับทันควัน
เรื่องกล้ามล่ะไม่พลาดเชียว
" โอ้ แหม ๆ อรุณสวัสดิ์ หนู ๆ ทั้งหลาย " ฮิซาโตะไม่รอช้า วิ่งเข้าไปร่วมวงบ้าง
" อรุณสวัสดิ์ยูสุเกะ " เคตะหันมายิ้มให้
" อืม อรุณสวัสดิ์ " ยูสุเกะหันมาตอบทำหน้าพิลึก ฮิซาโตะเห็นดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะแซว
" แหม แค่อรุณสวัสดิ์ ทำเป็นเขิลล์ไปได้ เมื่อวานยังไปเดทด้วยกันอยู่แท้ ๆ "
ประโยคนี้ของฮิซาโตะคุงทำเอาเคตะและคนอื่น ๆ หน้าแดง มีเพียงยูสุเท่านั้นที่ทำหน้านิ่ง
และไม่นานจากการอรุณสวัสดิ์ธรรมดาก็กลายเป็นการเล่นปาหี่ประหลาด ๆ ขึ้นมา
" สวัสดีครับทุกคน ถ้ามากันแล้วก็เชิญด้านในได้เลยครับ "
เสียงเปรยจากหนุ่มหล่อผมสีเงินดังขึ้นทำเอาทุกคนต้องหันมามอง
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มได้ตราตรึงทุกคนในที่นี้ไว้จนสิ้น
" ผมเป็นเลขาฯ ของผู้อำนวยการเซ็นริครับผม ชื่อว่า เรเวน ราจ ยินดีที่ได้รู้จักครับ "
เรเวนยื่นมือไปจับกับผู้จัดการของ flame ที่กำลังทึ่งในความหล่ออยู่
และยูสุเกะหันไปสะกิดเคตะที่ยืนตาค้าง ให้รู้สึกตัว
" ตามผมมาทางนี้เลยครับ เซ็นริกำลังรอพวกคุณอยู่ " ว่าแล้วก็เดินนำเข้าไปด้านใน
ฮิซาโตะเดินมาหายูสุเกะ สะกิดไหล่แล้วถาม
" เฮ้ย นายว่าหมอนี่เป็นคนต่างชาติรึเปล่าวะ ผมสีเงินตาสีน้ำเงิน แต่พูด jap ชัดเชียว "
" ถ้านายอยากรู้นักก็ถามเขาสิ มาถามชั้นทำไม " ยูสุเกะตอบแบบกวนประสาท
" เฮ้ย ขอความเห็นดี ๆ อย่าตอบกวน ๆ สิวะ " ฮิซาโตะชักเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ยังไม่ทันได้คำตอบพวกเขาก็เดินมาถึงจุดหมายแล้ว ที่หน้าบ้าน Big Lover
ที่นั่นมีเด็กหนุ่มผมทองและนัยน์ตาสีอำพันเป็นประกายยืนรอพวกเขาอยู่
เมื่อพวกเขามาถึงเด็กคนนั้นก็ยิ้มให้
เหมือนโลกตกอยู่ในมนต์สะกด ไม่มีใครสามารถละสายตาไปเด็กคนนั้นได้
แม้กระทั่งยูสุเกะก็ตาม จนกระทั่งเรเวนผู้เป็น 'เลขาฯ' เดินเข้าไปบังเอาไว้
ทุกคนจึงเริ่มได้สติ
" เฮ้ ๆ เรเวน ชั้นจะคุยกับพวกเค้าเดินมาบังทำไม " เซ็นริแย้งขึ้นมา
" นายจะคุยหรือจะโปรยเสน่ห์กันแน่ " เรเวนกระซิบตอบ
" เถอะน่า ชั้นจะทำงานแล้ว นายหลบไป " เซ็นริผลักเรเวนให้ถอยออกไปและเริ่มต้นพูดอีกครั้ง
" สวัสดีครับ ผม เซ็นริไดเจลลัส เป็นผู้อำนวยการของ ซากุระทีวี ยินดีที่ได้รู้จักครับ "
เด็กหนุ่มที่ดูยังไงก็ไม่น่าอายุเกิน 17 เนี่ยนะ ? ผู้อำนวยการซากุระทีวี พวกเขาคิด
" และวันนี้ผมจะมาเป็นผู้กำกับด้วยตนเองด้วย " เซ็นริพูดต่อ
" หาาาา ? " ทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกัน
" เชิญตามผมมาได้เลยครับ พิธีกรของเรากำลังรอพวกคุณอยู่
และคนของเราได้ยกสัมภาระของพวกคุณเข้าไปไว้ในบ้านเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างแสตนด์บาย
เหลือเพียงรอพวกคุณมาเข้าฉากครับ "
เซ็นริพูดด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ผู้กำกับ
" งั้นพวกเราก็เริ่มกันเลยละกัน " เคตะพูดขึ้นพร้อมกับเดินนำออกไปคนแรก ตามมาด้วยริวอิจิ
ทุกคนเข้าไปยืนเรียงอยู่หน้าบ้าน และ กล้องพร้อม ไฟพร้อม เริ่มได้ Action!!
" สวัสดีคร๊าบบบ กระผม ฮิโรกิ ไอบะ " " และผม ทาคุยะ คอนมะคร๊าบบบ "
" พวกเราทั้งสงคนจะมาทำหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ Project Big Lover ครับพ้ม "
พิธีกรทั้งสองถือไมค์และยื่นหน้าเข้าหากล้องพร้อมด้วย smile attack วิ้ง ๆ ฟันขาวกระจ่างใส
ด้วยดอกบัวคู่
แน่นอนการปรากฏตัวของพิธีกรสองคนนี้ทำให้ ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คนต้องตาโตเป็นไข่ห่าน
พวกมันมาจากไหนฟระ !
" เอาล่ะครับเราไปทำความรู้จักกับผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการโหวตจากแฟน ๆ ทั่วประเทศกันเลยดีกว่า
"
" เริ่มจากฝั่งไหนดีเนี่ยคอนมะ " ไอบะเดินไปทางซ้ายของแถวซึ่งเป็นที่ที่เหล่า flame ยืนอยู่
" เอาเป็นว่าเริ่มจากทางซ้ายสุดละกันนะครับไอบะ " คอนมะที่อยู่ข้าง lead ทางขวาสุดตอบมา
" ได้เลย เชิญ สมาชิกวง flame แนะนำตัวกันได้เลยครับ " ว่าแล้วไอบะก็ขยิบตาให้กับยูสุเกะ
" ยูสุเกะ อิซากิครับ ฝากตัวด้วยครับ " ทำหน้าขรึมมันเข้าไป รู้นะในใจน่ะ ลดกล้าม ๆ
" ฮิซาโตะ อิซากิครับ ฝากตัวและฝากใจเหมือนเดิมนะครับ " ยิ้มม ^^ ยกหางลิงแกว่งไปมา
" เซโงะ โนกุจิ ครับผม จะพยายามครับ " ทำท่าห่านกระพือปีก ก้าบ ๆ ๆ
" ยู คิตามูระ ครับ เจอกันอีกแล้วนะครับ ฝากตัวเช่นกันครับ " ทำท่าแมวยั่วสวาท เมี๊ยว~~....
" เคียวเฮ คาเนโกะ ครับ กลับมาแล้ว คิดถึงแฟน ๆ ทุกคนเลยครับ " ทำท่าหมีสู้ตาย >.<
" เอาล่ะ ๆ flame แนะนำตัวกันหมดแล้ว ทีนี้ให้ฝั่งนายเริ่มบ้าง " ไอบะโยนหน้าที่ไปให้คอนมะ
" ได้เลย ทำเป็นท้า พวกเราไม่ยอมแพ้ใช้มั๊ยครับ lead ทุกคน " คอนมะเริ่มฮึกเหิมขึ้นมาแล้ว
ตกลงพวกนายแข่งอะไรกันอยู่เหรอ ?
" โอ๊สส " lead ทั้ง 4 ตอบรับพร้อมเพรียง " งั้นเริ่มที่ชินยะคุงเลยคร๊าบบบ "
" ผม ชินยะ ทานิอุจิคร๊าบบ เชียร์ผมด้วยนะคร๊าบ " แง่ว ๆ ทำท่าแมวข่วน แล้วยิ้ม
" ส่วนผม อากิระ คางิโมโตะ คร๊าบ แม่ยกทั้งหลายเชียร์ผมด้วยนะคร๊าบ " แมวยิ้ม แยกเขี้ยว
เหล่าแม่ยก(ที่ตามมาเชียร์)แทบยื่นคอให้กัด -*-
" ผม เคตะ ฟุรุยะ ครับ มาเพื่อซนครับผม ฝากตัวด้วยนะคร๊าบ " ยิ้มแล้วก็ทำท่าลิงตีฉาบ แช้ง ๆ
ๆ
" และผม กัปตันทีม lead ฮิโรกิ นาคาโดอิ ครับ ฝากตัวด้วยนะคร๊าบ "
ว่าแล้วก็ยิ้มเอาฟันเฉาะกล้อง ฉึก!
(ขอโต้ดแฟน ๆ ฮิโระกิด้วยนะจ๊าา ไม่ว่ากานน้า)
" แหม ๆ สุดท้ายก็เหลืออีกเพียง วงเดียว ขอเชิญ W-inds แนะนำตัวเลยคร๊าบบ "
พิธีกรทั้งสองพูดพร้อมกัน
" สวัสดีครับ ทุกคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ผมเป็นใคร ผมคือ กัปตันวง w-inds เรียวเฮ จิบะ คร๊าบ
เจ้าของฉายา เรียวคุงผู้เจิดจ้า ฝากตัวด้วยนะคร๊าบ " ว่าแล้วก็ทำหน้าขาวเจิดจ้าใส่กล้อง
จนช่างภาพแสบตา
" ส่วนผม จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ลูกชิ้นแมน เอ้ย!! ริวอิจิ โองาตะ ครับผม "
ว่าแล้วก็แปลงกายเป็นลูกชิ้น
" และสุดท้าย ผมคือ เคตะ ทาจิบานะ ผู้ซึ่งงดงามอยู่ตลอดเวลา ฝากตัวและฝากกล้ามด้วยนะคร๊าบ
"
ว่าแล้วก็เบ่งกล้ามทำตาปิ๊ง ๆ ใส่กล้อง
อ้วกกก!!........- -"
.................เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะอีกครั้ง..................
" เอ่อ...ในที่สุดก็แนะนำตัวหมดทุกคน(ซะที) ตอนนี้เราไปพักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ก่อนนะครับ
"
คอนมะตั้งสติได้คนแรกด้วยสปิริตของพิธีกร จึงรีบตัดเข้าโฆษณาทันทีเพราะรู้ว่าทุกคนไม่ไหวเลี๊ยวว
" คัท " เรเวนสั่งคัทแทนผู้กำกับเซ็นริที่ตอนทรุดตกเก้าอี้ไป จนไม่สามารถกำกับต่อไปได้
" ทุกคน....พักได้ " เรเวนสั่งต่อ
แต่รู้สึกเหมือนผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะหมดแรงกันหมด เพราะแต่ละคนต่างล้มหงายหลังตึง
เพราะประกายวิ้ง ๆ เมื่อสักครู่
" ทุกคนเป็นอะไรไป " ไม่เคตะอย่าเอากล้ามมาใกล้ชั้น T-T
เมื่อยูสุเกะได้สติ เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นกำหมัดสู้ตาย!! ไฟสีม่วงลุกโชติช่วง โฮกกก!
" วันนี้ต้องทำให้ได้ " แล้วยูสุเกะก็ได้ตั้งปณิธานกับตนเองเอาไว้ว่าจะต้องลดกล้ามเคตะให้ได้
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จบ Chapter 2
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
โอยยยย ยาวกว่าตอนแรกอีก -*- ยังบ้า ๆ บวม ๆ เหมือนเดิม
เหอ ๆ ตอนหน้าเข้าบ้านแล้วนา แถมริวอิจิยังได้โชว์ไม้เด็ดด้วย
จะเป็นอะไรนั้นติดตามได้ในตอนที่สาม จ้า
P.S อืม ขอบอกว่า ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องนี้ไม่ได้มีโคกันระหว่าง PBL และ Hey Boy แต่อย่างใด
เพียงแต่คนแต่งอ่าน Hey Boy แล้วขอยืมตัวละครมาใช้ ซึ่งก็มี ไอบะ คอนมะ
และตัวละครลับอีกสองท่านจะโผล่ในบทหลัง ๆ ไอเนมอนุญาตแล้วบอกใช้งานพวกมานให้แหลกได้เรย เหอ ๆ
ฝากบอกเนมผ่านกระทู้นี้ว่า ได้เลยเพื่อนรับรองพร้อมประกัน 7 ปี ว่าพวกมานจะโดนใช้เยี่ยงทาสแน่นอน
เพื่อความบันเทิงของพวกเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า ....
แล้วก็สำหรับตัวละครแหวกแนวที่โผล่ในตอนนี้ 2 ตัว ก็คือ เซ็นริกับเรเวนนั้น
ทั้งสองเป็นตัวละครออริจินัลของเราที่เราใช้แต่ง ฟิค Ragnarok (วาย ว๊าย วาย) ไหน ๆ ก็ไหน ๆ
แล้วขอมีเอี่ยวสักหน่อยเต๊อะ เผื่อลูก ๆ เราจะมีโอกาสเกิดบ้าง แหะ ๆ
โม้ซะยืดยาว ไปดีกว่าเจอกานตอนหน้านะจ้า
P.S 2 คอมเมนท์กันด้วยนะตะเอง จุ๊บ~~
ขอบอกทุกท่านในที่นี้ก่อนนะงับว่า ฟิคนี้อาจจะหาสาระอะไรไม่ได้
ที่สำคัญเนื้อเรื้องเมคเองล้วน ๆ ส่วนไหนที่ไปขัดแย้งกับความจริง
ก็ช่วยลืมมันทีนะ อย่าไปสนใจมัน -*- เหอ ๆ
ออ แล้วก็อาจจะมี Y บ้างเล็กน้อยถึงพองาม นะงับ แต่งเอามันส์
แล้วก็จะบอกว่าเรื่องนี้เอาลงไว้ที่เว็บ www.f-l-a-m-e.com ด้วยค่ะ
ถ้าไผไปเจอแว้วคิดว่าเรื่องมันเหมือนกันล่ะก็ขอบอกก่องว่า คนแต่งคนนี้แหล่ะค่า พอดีที่บอร์ดนั้นใช้ชื่อว่า Zenri เลยกลายเป็นคนละนามปากกาไปค่ะ -*-
เนื้อเรื่องย่อ ๆ ของเรื่องนี้มาจาก
สถานการณ์สมมติที่เริ่มจาก สถานีทีวีแห่งหนึ่งในโตเกียวได้ส่งจดหมายเชิญ
พวกคุณชายทั้งหลาย WFL + เคียวเฮ ให้มาร่วมประชันฝีมือกันในรายการทีวีโปรเจคใหม่
ของสถานีนั้น ซึ่งโปรเจคนี้มีชื่อว่า Project Big Lover
โดยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คนที่ได้รับคำเชิญนั้น
จะต้องไปอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้าน BL (Boy's love เฮ้ย...Big lover)
เป็นเวลาทั้งหมด 10 สัปดาห์และจะมีการคัดออก 1 คนทุกสัปดาห์
จนกระทั่งสัปดาห์สุดท้ายจะเหลือผู้แข่งขันเพียง 3 ท่านเท่านั้น
ที่จะได้มาประลองฝีมือชิงไหวชิงพริบกันเพื่อ รางวัลมหาศาลที่รออยู่
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Project ++Big Lover++
Chapter 1 # จดหมายเชิญ
เช้าอันสดใสวันหนึ่งแดดส่องเรืองรองเป็นนิมิตรหมายอันดี สำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ของเหล่า
สมาชิกวง Flame(ช่วงว่างงาน) ที่ยังคงนอนหลับฝันดีอยู่ภายในห้องของตน
ปิ๊งป่อง !! ท้องป่อง !! (ใครมันคิดเสียงกริ่งวะ.-*-.)
" ขอโทษคร๊าบบ มีจดหมายมาส่งคร๊าบ " บุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมายตามปกติ
และเหมือนจะเป็นหน้าที่ของเขาเสียด้วยที่ต้องกดกริ่งปลุกคนในบ้านทั้งสี่ให้ตื่นจากความฝันแสนหวาน
ปิ๊งป่อง !! ท้องป่อง !! บุรุษไปรษณีย์ยังคงกดต่อไป
พลางบอกตัวเองว่าชินแล้วกับเสียงกริ่งอันพิลึกพิลั่นของเจ้าของบ้าน
" คร๊าบ ๆ ตื่นแล้วคร๊าบ " ฮิซาโตะเป็นคนเดินมาเปิดประตูเพื่อรับจดหมาย
" นี่ครับ วันนี้มีพัสดุส่งมาด้วย ขอตราประทับด้วยครับ "
บุรุษไปรษณีย์วางกล่องใบหนึ่งที่ประตูทางเข้า
" นี่ครับ " ฮิซาโตะที่ยังงัวเงียอยู่ส่งตราประทับให้กับบุรุษไปรษณีย์
" ขอบคุณครับ " ว่าแล้วบุรุษไปรษณีย์ก็เดินจากไป
ฮิซาโตะยกกล่องพัสดุและกองจดหมายเข้ามาในบ้าน
เขาวางของทั้งหมดลงบนพื้นและเริ่มดูจดหมายทั้งหมดว่ามีของตัวเองบ้างหรือไม่
แต่แล้วเขาก็สะดุดตาเข้ากับซองจดหมายสีชมพูซองหนึ่ง มันจ่าหน้าถึงสมาชิกวงเฟลมทุกคน
" หืม? " เขาทำหน้าลิงสงสัย ขณะที่พลิกดูซองนั้นไปมาว่าส่งมาจากไหน
และแล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวสมอง ว่าแล้วก็เริ่มตะโกนลั่นบ้าน
" ซากุระทีวี เฮ้ย!! เป็นไปไม่ได้!! "
เสียงอุทานจากฮิซาโตะปลุกคนทั้งบ้านให้ลงมาดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น
ยูสุเกะวิ่งลงมาเป็นคนแรกเพราะตื่นตั้งแต่กริ่งที่ประตูดังแต่ไม่ยอมลงมา
ยูกับเซโงะวิ่งลงบันไดตามมาติด ๆ ตึก ๆ ๆ ๆ
ทุกคนมองหน้าฮิซาโตะเขม็งด้วยความสงสัยระคนอารมณ์บูดเนื่องจากถูกปลุก
แน่นอนหนึ่งในนั้นแกล้งทำหน้าบูดไปด้วย
" มีอะไรงั้นเหรอฮิซาโตะ ร้องซะลั่นบ้าน เพราะเสียงลิง ๆ ของนายทำพวกเราตื่นกันหมด "
ยูสุเกะถามใบหน้าเครียด(แกล้งทำ)
" อะไรวะนายมันก็ลิงเหมือนกันนั่นแหล่ะ ดีแต่ว่าคนอื่น " ฮิซาโตะด่ากลับ
" เฮ้ ๆ ลิงสองตัวอย่างเพิ่งกัดกัน ฮิซาโตะเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ? "
ยูพูดเหมือนจะห้ามทัพ แต่ทำไมยังกับจะก่อศึกซะเอง เอ๊ะ!
" ก็จดหมายนี่น่ะสิ "
ฮิซาโตะตอบพลางยื่นจดหมายให้กับยูพลางขยิบตาเล็กน้อยซึ่งยูกับยูสุเกะก็เข้าใจในทันที
" จดหมาย ? ทำไมเรอะ ? " ยูรับจดหมายมาด้วยสีหน้าแมวงง " เฮ้ยจดหมายนี่มัน... "
ว่าแล้วยูก็หน้าซีด
" จดหมายทำไมน่ะยู "
เซโงะที่เงียบอยู่นานเริ่มสงสัยว่าทำไมแค่เห็นจดหมายแล้วยูต้องหน้าซีดด้วย
ว่าแล้วก็กะจะหยิบจดหมายมาดู แต่ไม่ทันยูสุเกะคว้าไปก่อน
" อืม...เฮ้ย!...นี่มันส่งมาจากซากุระทีวี " แล้วยูสุเกะก็เก็บจดหมายไป
ทิ้งให้เซโงะงงอยู่คนเดียว
" นี่ ๆ ซากุระทีวีทำไมเหรอ หรือว่าจะมีงาน " เซโงะถามอย่างสนใจในท่าทีของเพื่อนทั้งสาม
และหวังว่าจะได้ทำงานเสียทีหลังจากที่ว่างมานาน
" นี่นายไม่รู้จักซากุระทีวีงั้นเหรอ " ฮิซาโตะถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
" ก็ไม่รู้จักน่ะสิ ถึงได้ถาม " เซโงะตอบไปแบบซื่อ ๆ
ทำเอาฮิซาโตะอยากยกเท้าก่ายหน้าผากเสียจริง ๆ
" เซโงะ ฟังนะ " ยูที่ตั้งสติได้จับไหล่ทั้งสองของเซโงะไว้พลางพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
" นี่อาจจะเป็นสาสน์จากท่านผู้นั้น "
" ใช่ งานนี้อาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเลยก็ได้ " ยูสุเกะพูดขึ้นมาบ้างด้วยสีหน้าจริงจังที่สุด
" เอ๋ ทั้งสามคนพูดเรื่องอะไรน่ะ ปิดบังอะไรไว้ "
เซโงะเริ่มหน้าถอดสีเพราะจดหมายฉบับนี้อาจมีความเกี่ยวข้องถึงชีวิตของเขาก็ได้
" เอาล่ะ ชั้นจะเล่าเอง " ฮิซาโตะเริ่มนั่งแมะลงบนพื้นอีกครั้ง
อีกสามคนเดินตามลงมาและนั่งล้อมกันเป็นวง
" ซากุระทีวีน่ะเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากท่านผู้นั้น
ให้เป็นผู้กระจายข่าวเกี่ยวกับการพิพากษากวาดล้างอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั่วโลก "
ฮิซาโตะเล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
" เอ๋ งั้นท่านผู้นั้นก็คงเป็นคนดีสินะครับ " เซโงะถามหน้าห่านซื่อ
" ฮึ้ย!! ใช่ที่ไหนเล่า นายรู้มั๊ยว่าเค้ากวาดล้างยังไง " เซโงะส่ายหน้า "
ก็เค้าเล่นกำจัดพวกอาชญากรซะหมดเลยน่ะสิ
แถมไม่มีใครรู้ด้วยนะว่าเขาใช้วิธีไหนในการสังหารหมู่เหล่าอาชญากร
ก็พวกอาชญากรที่จะได้รับการพิพากษาน่ะ
อยู่ ๆ ก็หัวใจวายไปซะอย่างนั้น นี่ไม่แน่นะเขาอาจจะแอบฟังพวกเราอยู่ก็ได้ "
ฮิซาโตะพูดพลางสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ อย่างระแวง
" โห งั้นเค้าก็เป็นคนที่น่ากลัวมากสินะครับ แล้วเค้าเป็นใครล่ะครับ "
เซโงะถามต่อ แต่ฮิซาโตะเอามือปิดปากเซโงะไว้
" ชู่ววว... อย่าเสียงดัง " เซโงะพยักหน้าหงึก ยูก็ตั้งใจฟัง
แต่ยูสุเกะนี่สิเบินหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจ
" ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาเป็นใคร แต่พวกตำรวจเรียกเขาว่า คิระ(นักฆ่า)... "
พูดเสร็จฮิซาโตะก็เอามือออก
" งั้นก็หมายความว่า " เซโงะพูด
ทุกคนจ้องไปที่ซองจดหมายสีชมพูเป็นตาเดียวพลางกลืนน้ำลายเอื๊อก
ปัง!! เสียงประตูเปิดขึ้น
" เหวอออ!! " ทั้งสี่คนร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ พลางเอามือปิดตาไว้
" พวกนายทำอะไรกันน่ะ " เอ๊ะเสียงคุ้น ๆ
ว่าแล้วทั้งสี่คนก็เริ่มถ่างนิ้วออกพอให้มีช่องมองเห็นได้
" เคียวเฮ!! " ทุกคนร้องขึ้นด้วยความยินดีที่คนที่เปิดเข้ามาไม่ใช่คิระ..
ขณะที่ทุกคนกำลังจะวิ่งเข้ามากอดเคียวเฮด้วยความดีใจ
เคียวเฮก็ได้หลบฉากเปิดทางให้ใครคนหนึ่งเข้ามา
" ผู้จัดการ!! " ทั้งสี่ตะโกนออกมาอีกครั้ง ผู้จัดการของพวกเขานั่นเอง
แต่ทำไมเคียวเฮถึงมากับผู้จัดการได้ล่ะ ?
" เอาล่ะพวกเรามีเรื่องต้องคุยกัน " ว่าแล้วผู้จัดการก็เดินนำเคียวเฮเข้ามาในบ้าน
หลังจากที่เหล่าสมาชิกวงFlameปัจจุบันทั้งสี่ได้ไปอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อยแล้ว
ทุกคนก็ลงมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งเคียวเฮและผู้จัดการนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
" เอาล่ะทุกคน ที่ชั้นพาเคียวเฮมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะจดหมายฉบับนี้ "
ว่าแล้วผู้จัดการก็หยิบจดหมายของเคียวเฮออกมา จดหมายสีชมพูจ่าหน้าถึง คุณ เคียวเฮ คาเนโกะ
ที่ด้านหลังของจดหมายประทับตราผู้ส่งชัดเจน ซากุระทีวี...
" อึ๋ย..จดหมายนั่น " ฮิซาโตะอุทานออกมาเมื่อเห็น
" พวกเราก็ได้รับจดหมายนี่เหมือนกัน " ยูสุเกะหยิบจดหมายที่ยังไม่ได้เปิดออกมาวางไว้บนโต๊ะ
" กะแล้วว่าพวกเธอต้องได้ แล้วทำไมยังไม่เปิดอ่านอีกล่ะ " ผู้จัดการถาม
" ก...ก็จดหมายนี่ เป็นสาสน์จากท่านผู้นั้นผู้ซึ่งสามารถสั่นคลอนโลกได้ไม่ใช่เหรอครับ "
เซโงะตอบหน้าซีดแต่อีกสามคนที่เหลือกลับอมยิ้มไว้จนเกือบกลั้นไม่อยู่
" หา? เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ " ผู้จัดการงงไปหมดแล้ว
แต่เคียวเฮที่เห็นสีหน้าเพื่อนเก่าทั้งสามก็เข้าใจในทันที แต่ก็ไม่พูดอะไร
" ก็ท่านคิระยังไงล่ะครับ ผู้จัดการไม่รู้ข่าวเหรอเกี่ยวกับการสังหารหมู่อาชญากรทั่วโลก
ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังมากเลยนะครับ แล้วสถานีนี้ก็เป็นสถานีที่ท่านผู้นั้นใช้ติดต่อและกระจายข่าวด้วย
"
เซโงะลอกประโยคที่ได้ฟังจากฮิซาโตะมาอย่างแทบไม่ผิดเพี้ยน เรียกว่าเชื่ออย่างสนิทใจ
ในขณะที่ตัวดีทั้งสามเริ่มลงไปนอนกองที่พื้นทีละคนพลางเอามือกุมท้องอย่างทรมาณ โอ๊ย..ขำว่ะ...
" เอ่อ...เซโงะคุง ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่าง "
ผู้จัดการสังเกตเห็นท่าทีของอีกสามคนที่เหลือ
ก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง น่าสงสารเซโงะคุงจริง ๆ
" ป่านนี้แล้วยังเข้าใจอะไรผิดอีกเหรอครับ
ที่ผมตกข่าวขนาดนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากพอแล้วนะครับ
ข่าวนี้น่ะดังไปทั่วโลกเลยนะครับ " ห่านน้อยยังคงไม่ละความพยายาม
" เซโงะคุง ผมว่าลองอ่านเนื้อความในจดหมายก่อนจะดีกว่านะ เผื่อจะเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น "
เคียวเฮพูดแทรกขึ้นมา
ทำให้อีกสามคนที่ขำจนน้ำตาเล็ดต้องลุกขึ้นมาทำท่าบุ้ยใบ้ส่งสัญญาณรหัสมอร์สว่าอย่าเพิ่งบอกโงะคุง
แต่เคียวเฮไม่สนใจแถมยังเร่งเซโงะที่ทำสีหน้าลำบากใจอยู่ครู่หนึ่งให้รีบเปิดอ่านอีก
" อ่านมันเถอะ จดหมายไม่ได้ลงคำสาปให้เป็นคางคกไว้หรอก " แล้วเซโงะก็ยอมเปิดอ่านจนได้
เรียน สมาชิกวงFlameปัจจุบันทั้งสี่ท่าน
เนื่องด้วยทางสถานีโทรทัศน์ซากุระทีวีได้ร่วมมือกับสถานีเคเบิ้ลทีวี UBL ( Unseen Boy's Love )
จัดทำโปรเจคถ่ายทอดสดขึ้นมาโปรเจคหนึ่ง ชื่อว่า Project Big
Lover ซึ่งโปรเจคนี้มีรายละเอียดอยู่ว่า
ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คนจากทั่วประเทศจะเข้าไปอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านหลังหนึ่งชื่อว่าบ้าน Big Lover
โดยผู้เข้าแข่งขันใน Project Big Lover ที่เริ่มเป็นครั้งแรกนี้จะเป็นเหล่าดารานักร้องที่ได้รับการโหวต
จากแฟน ๆ ทั่วประเทศเพื่อให้มาเข้าร่วมการแข่งขัน เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการทดสอบและประเมินเรตติ้ง
ผู้ชมจากโปรเจคนี้ด้วย ก่อนที่จะเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันจริงจากทั่วประเทศซึ่งเป็นคนทั่วไป
และจากผลการโหวตอย่างเป็นทางการ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจาก Project Big Lover
นั้นก็คือ สมาชิกวง w-inds flame lead และ คุณ เคียวเฮ คาเนโกะ อดีตสมาชิกวง flame
แน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะเป็นการถ่ายทำเพื่อทดสอบและประเมินเรตติ้งจากผู้ชม แต่ผู้ชนะจะได้รับรางวัล
จากการแข่งขันจริง สำหรับรายละเอียดของรางวัลที่ว่าจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
ในเอกสารที่แนบมาด้วยจะบอกรายละเอียดต่าง ๆ ของการแข่งขันรวมทั้งวันที่เริ่ม
'เข้าบ้าน' และแผนที่ต่าง ๆ ด้วย
แน่นอนว่าพวกคุณไม่สามารถปฏิเสธงานนี้ได้ ทางเรามั่นใจว่าพวกคุณไม่มีทาง 'หักหลัง' แฟน ๆ
ที่โหวตชื่อคุณเข้ามาแน่นอน เราจะรอคอยจดหมายตอบรับของคุณ จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
Zenri Dijellus
(ผู้อำนวยการซากุระทีวี)
เมื่ออ่านจดหมายจบพร้อมทั้งดูกระดาษแผ่นอื่น ๆ ที่แนบมาพร้อมกับจดหมาย
ทำให้เซโงะรู้สึกสับสนไปหมด จนความคิดหนึ่งได้ผุดพรายขึ้นมา
' โดนหลอก '
สีหน้าของเซโงะเปลี่ยนทันที พร้อมกับสมาชิกวงเฟลมที่เหลือ
ค่อย ๆ ลงไปนอนกองกับพื้นทีละคน ด้วยสภาพที่อาจจะทำให้ไปแข่งขันไม่ได้
" เอาล่ะเข้าใจแล้วใช่มั๊ย ? " เคียวเฮถามขึ้น
" อืม " เซโงะที่ตอนนี้ได้รับหน้าที่ห่านรักษาการณ์แทนกัปปิตันยูสุเกะตอบ
" แล้วพวกเธอจะเอายังไง จะไปตามคำเชิญรึเปล่า ? " คราวนี้ผู้จัดการถามขึ้นมาบ้าง
" อย่างที่เห็น ปฏิเสธไม่ได้นี่ครับ " เซโงะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
" แล้วเคียวเฮคุงล่ะ ? " ผู้จัดการหันไปถามเคียวเฮบ้าง
" อย่างที่เซโงะคุงพูด ปฏิเสธไม่ได้ ก็คงต้องไปล่ะครับ "
" งั้นตกลง ตามวันที่ในจดหมาย จะเริ่ม 'เข้าบ้าน' วันที่ 14 กุมภา เวลา 10 นาฬิกา
ฉันจะมารับพวกเธอตอนเช้ามืด ฉะนั้นอย่าตื่นสายล่ะ ออ บอกเจ้าพวกนั้นด้วย "
ผู้จัดการทำหน้าบุ้ยใบ้ไปทางอีกสามคนที่นอนสลบอยู่
" ตกลงครับ " เซโงะรับคำ
เมื่อหมดธุระผู้จัดการกับเคียวเฮก็กลับ ทิ้งให้สมาชิกวงเฟลมทั้งสี่
อันที่จริงแล้วสามคนนอนสลบอยู่บนพื้นห้อง ส่วนอีกหนึ่งก็ขึ้นไปอ่านหนังสือต่อที่ห้องของตน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตัดมาที่ทาง w-inds & lead
วันเดียวกันนั้น w-inds ซึ่งมีอัดรายการอยู่ที่สตูฯ แห่งหนึ่ง
ขณะที่ริวอิจิกำลังเดินกลับหลังจากออกไปซื้อน้ำ
staff คนหนึ่งก็วิ่งนำจดหมายซองหนึ่งมาให้
ริวอิจิรับมาด้วยสีหน้าแปลกใจ แล้วก็เดินกลับห้องแต่งตัวไป
" เฮ้ ๆ เคตะ เรียวเฮ มีจดหมายส่งมาถึงพวกเราแหน่ะ "
ลูกชิ้น เอ้ย! ริวอิจิคุง ถือจดหมายสีชมพูดหวานแหววเข้ามาในห้องแต่งตัว
" เหรอ..ใครส่งมาล่ะ " เคตะหันมาถาม
" เอ...ซากุระทีวีน่ะ " ริวอิจิพลิกซองดูด้านหลังแล้วอ่านออกมา
" ซากุระทีวี...อืม ชื่อคุ้น ๆ ยังไงไม่รู้แฮะ เค้าว่าไงมั่งล่ะ "
เคตะถามขณะที่หันหน้ากลับไปให้ช่างแต่งหน้าเติมแป้งให้(โบ๊ะมันเข้าไป)
เรียวเฮเองก็รู้สึกสนใจเพียงแต่พูดไม่ได้เนื่องจากพอกหน้าอยู่(ไอ้นี่ก็พอกจริ๊ง)
" เดี๋ยวนะ " ว่าแล้วก็ฉีกจดหมายและเริ่มต้นอ่านแบบรวดเดียวจบ
" เอ๋ Project อะไรนะ " เคตะได้ยินไม่ค่อยถนัดถึงถาม แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
" ว่าไงนะ Project Big Lover !! ใครมันคิดชื่อโปรเจควะ น่าขนลุก... "
เสียงดังจากนอกห้องแต่งตัวทำเอาคนในห้องต้องออกไปดู
เอ...เสียงนี้มัน
" อ้าว พี่ริวอิจินี่ " เคตะน้อยทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็นลูกชิ้นเปิดประตูออกมาดู
เหล่าสมาชิกวง lead ทั้งสี่ก็ทักทายรุ่นพี่อย่างเป็นกันเองเพราะว่าสนิทกัน
" วันนี้พวกนายมีถ่ายเหมือนกันเหรอ ? " ริวอิจิถามขึ้น
" ครับ แต่ เอ๊ะ! จดหมายนั่น " เคตะน้อยตอบพลางชี้ไปที่จดหมายสีชมพูในมือของริวอิจิ
" อ๋อ นี่น่ะเหรอ พวกนายก็มีเหมือนกันนี่ "
ว่าแล้วก็พยักเพยิดไปทางชินยะที่ถือจดหมายแบบเดียวกันอยู่
" ครับ ซากุระทีวีส่งมา พวกพี่ก็ได้รับเชิญเหมือนกันเหรอครับ " ชินยะถามต่อ
" อืม..ยังอ่านไม่จบเหรอ ที่ได้รับเชิญน่ะมีพวกเรา แล้วก็พวกยูสุเกะด้วย
รวมเคียวเฮคุงอีกคนก็เป็น 12 คนพอดี " ริวอิจิตอบทำให้ชินยะกับอากิระก้มลงไปอ่านจดหมายให้จบ
" จริง ๆ ด้วย " ทั้งสองอุทานพร้อมกัน
" มันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ โหวตจากทั่วประเทศแล้วนะ ไหงเป็นพวกเราล่ะเนี่ย " ฮิโรกิทักขึ้น
" ไม่รู้แฮะ สงสัยแฟน ๆ คงอยากดูพวกเราอยู่บ้านเดียวกันล่ะมั้ง " เคตะน้อยตอบ
" แล้วพวกนายจะไปกันรึเปล่า ? " ซาลาเปา เอ้ย ! ริวอิจิถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
" ไปซิครับ " ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน " เรื่องสนุก ๆ อย่างนี้พลาดไปล่ะน่าเสียดายแย่ "
" นั่นสินะ " ริวอิจิพึมพำกับตัวเอง แล้วก็หันหน้าเข้าไปในห้อง "
แล้วพวกนายจะไปกันมั๊ย ? "
ริวอิจิถามสมาชิกในวงตัวเองบ้าง ซึ่งก็มีเคตะคนเดียวที่ตอบได้
" แน่นอนอยู่แล้วถ้าขาดเคตะผู้งดงามคนนี้ไปแล้วมันจะสนุกได้ยังไงล่ะ "
เคตะตอบด้วยความภาคภูมิใจยิ่ง
.........เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ........
" เรียวเฮคุงอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ เวลาพอกหน้าห้ามทำหน้าประหลาดนะคะ เดี๋ยวริ้วรอยถามหาหรอก
"
อย่าว่าแต่เรียวเฮเลย อีกห้าคนข้างนอกได้ยินคำตอบนั้นแล้วก็อยากจะเอาหัวคนพูดโขกข้างฝาตายเสียจริง ๆ
พูดมาได้...-*-.. กล้ามเป็นมัด
หลังจากทำใจได้ ริวอิจิก็หันไปพูดกับรุ่นน้องทั้งสี่ " งั้นแล้วเจอกัน "
" ครับรุ่นพี่ โชคดีนะครับ " ทั้งสี่ตอบรับพร้อมเพรียง
" พวกนายก็ด้วย บาย " ว่าแล้วริวอิจิคุงก็เดินกลับเข้าห้องแต่งตัวไป
เพราะเคตะแต่งหน้าเสร็จแล้ว ต่อไปก็ตาลูกชิ้น เอ้ย! ซาลาเปา เอ้ย ! ริวคุงของพวกเรามั่งล่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จบ Chapter 1
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จบตอนแรกแล้วจ้า มาลุ้นกันดีกว่าว่า
Project Big Lover
จะมีอะไรให้เหล่าคุณชายทำบ้าง
P.S comment ด้วยนะง๊าบบ